อุปกรณ์ไฮเทคคุมเกมออนไลน์ด้วยสมอง 

brain_controlled_robot_1.jpg

อุปกรณ์ไฮเทคคุมเกมออนไลน์ด้วยสมอง   

             นักวิจัยมหาวิทยาลัยไคโอะโชว์อุปกรณ์พิเศษแปะติดสองข้างบนศีรษะใช้สัญญาณไฟฟ้าจากสมองควบคุม"อวตาร" ในเกมคอมพิวเตอร์เสมือนจริงที่มีร้านรวง หรือแม้แต่บริษัทห้างร้านเปิดทำธุรกิจอยู่ในโลกออนไลน์ จูนิชิอูชิบะ จากมหาวิทยาลัยไคโอะพัฒนาอุปกรณ์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณไฟฟ้าในสมองมาใช้งานร่วมกับเกมออนไลน์ที่ชื่อ "เซคันไลฟ์" (www.secondlife.com) โดยผู้เล่นไม่จำเป็นต้องแตะแป้นพิมพ์และเมาส์  นักวิจัยญี่ปุ่นบอกว่าคนเป็นอัมพาตมีชีวิตที่ลำบากอยู่แล้ว 

             เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมานี้จะช่วยให้คนป่วยที่ดูแลตัวเองไม่ได้ หรือแม้แต่ผู้พิการสามารถสั่งตัวอวตารในเกมให้เดินไปร้านค้า และช่วยให้พวกเขาซื้อสินค้าในร้านออนไลน์ที่เปิดขายอยู่ในเซคันไลฟ์ได้ หรืออาจถึงขั้นตั้งบริษัทเสมือนจริงให้ตัวเอง  เซคันไลฟ์เป็นเกมชีวิตเสมือนจริงที่บริษัทลินเดนแล็ปในซานฟรานซิสโกสร้างให้คนเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในโลกสมมติ และสามารถซื้อบ้าน สร้างอาคาร ซื้อเกาะ ขายสินค้า นัดเที่ยว ได้เหมือนชีวิตจริง เงินที่ใช้เล่นในเกมเรียกว่า เงินลินเดน สามารถแปลงค่าเป็นดอลลาร์ได้  อุปกรณ์ควบคุมตัวอวตารในเกมออนไลน์ของอูชิบะยังอยู่ในช่วงเริ่มพัฒนาแต่คาดว่าจะเปิดให้ผู้พิการทดลองใช้งานจริงในปีหน้า ระหว่างนี้ใช้ทีมนักศึกษาทดสอบเพื่อหาตำแหน่งติดตั้งที่ดีที่สุดบนสมองเพื่อสั่งตัวอวตารให้เดินไปไหนมาไหนได้คล่องแคล่ว นักศึกษาที่ได้ทดสอบอุปกรณ์รายหนึ่งบอกว่าหัวใจสำคัญของการใช้งานอุปกรณ์คือ ผู้ใช้ต้องตั้งสมาธิให้มั่น ห้ามคิดถึงเรื่องอื่นเด็ดขาด ถ้าเกิดใจลอยขึ้นมาอาจเผลอบังคับตัวอวตารเดินตกเหวลงทะเลเอาได้

ข้อดี

1. ช่วยเหลือผู้พิการที่ป่วยเป็นอัมพาตให้สามารถทำงานได้ด้วยตนเอง

2. ทำให้ผู้พิการไม่คิดว่าตนเองไร้ค่า มีปมด้อย

3. ช่วยทำให้สภาพจิตใจของผู้พิการดีขึ้น เพราะมีความหวังที่จะช่วยเหลือตนเองได้

ข้อเสีย            ยังอยู่ในขั้นทดลองในเกมส์ยังไม่ได้นำมาใช้ในการดำเนินชีวิตจริงของผู้พิการ       

                ดิฉันคิดว่าในอนาคตข้างหน้าจะสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของผู้พิการได้จริง ซึ่งถ้านำมาใช้ในชีวิตจริงได้จะช่วยให้ผู้พิการรู้สึกว่าตนเองสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งคนอื่น

ที่มา  www.enews.com

 

 

      นักวิจัยมหาวิทยาลัย Mid Sweden University หรือ Mittuniversitetet ประกาศความสำเร็จในการพัฒนากระดานโฆษณาหรือบิลบอร์ดกระดาษที่สามารถส่งเสียงโต้ตอบได้เมื่อมีผู้สัมผัส คาดว่าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจโฆษณาและบรรจุภัณฑ์ไฮเทคในอนาคต
      
       รายงานจากสำนักข่าวบีบีซีให้ข้อมูลว่า บิลบอร์ดกระดาษไฮเทคต้นแบบนี้สามารถตอบสนองต่อแรงกด จุดนี้ทีมผู้สร้างมองว่า คุณสมบัติส่งเสียงเมื่อกดของบิลบอร์ดกระดาษนี้สามารถนำไปใช้แทนโฆษณาตีพิมพ์บนกระดาษในปัจจุบันได้ ซึ่งการสาธิตผลงานชิ้นนี้ ทีมวิจัยนำมาสมมติใช้กับการประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นท่องเที่ยวในวันหยุด
       
       "เมื่อคุณสนใจบิลบอร์ดโฆษณาชิ้นหนึ่ง และกำลังดูรูปชายหาดที่ปรากฏบนโฆษณา ทันทีที่คุณแตะมือลงไปที่รูป คุณจะได้ยินคำอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับชายหาดในรูป" Dr Mikael Gulliksson หัวหน้าทีมวิจัยโครงการนี้อธิบายให้เห็นภาพว่าบิลบอร์ดกระดาษไฮเทคเหมาะสมอย่างไรสำหรับนำไปใช้กับการโฆษณา
       
       Gulliksson เผยว่า ขณะนี้บิลบอร์ดกระดาษไฮเทคกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้มีขนาดบางลง เนื่องจากบิลบอร์ดไฮเทคต้นแบบที่ทีมวิจัยสร้างขึ้นในขณะนี้ยังมีขนาดใหญ่โต สาเหตุเกิดจากการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นานาชนิดไว้ภายใน ทั้งคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กสำหรับเก็บไฟล์เสียง ลำโพง และระบบรับรู้สัมผัสซึ่งถูกฝังไว้ที่โพรงภายในบิลบอร์ด หน้าที่หลักของระบบดังกล่าวคือการส่งสัญญาณไปสั่งการคอมพิวเตอร์ให้เล่นไฟล์เสียง โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกประกบด้วยกระดาษธรรมดาที่พิมพ์ลายออกแบบกระดานโฆษณาไว้
ทีมวิจัยเชื่อว่าการลดขนาดบิลบอร์ดไฮเทคลงจะช่วยให้การนำไปประยุกต์ใช้กับงานอื่นๆนอกจากป้ายโฆษณาได้ จุดประสงค์หลักคือต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย โดยหนึ่งในเป้าหมายของทีมวิจัยคือการนำไปใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ในอนาคต
       
       "หนึ่งในความคิดที่น่าสนใจคือการนำไปใช้กับซองบุหรี่ ใช้เสียงพูดแทนการพิมพ์ข้อความเตือนแบบในปัจจุบัน" Gulliksson กล่าวกับผู้สื่อข่าวบีบีซี ซึ่งไม่แน่ว่าซองบุหรี่ที่สามารถส่งเสียงเตือนผู้สูบทุกครั้งที่เอื้อมมือไปหยิบห่อบุหรี่อาจจะเกิดขึ้นได้ "แต่สำหรับโครงการนำร่องชิ้นแรก สามารถนำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์หรือตั้งไว้หน้าร้านแทนการเปิดวีดีโอบนโทรทัศน์ได้เลย"
       
       ปัจจุบัน ต้นทุนการผลิตหน้าจอโทรทัศน์หรือจอมอนิเตอร์ทั่วไปนั้นมีราคาสูง นักวิจัยจำนวนไม่น้อยจึงพยายามหันมาศึกษาเพื่อพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ชนิดกระดาษที่มีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่า และสามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหาได้ง่ายกว่า โดยบิลบอร์ดไฮเทคนี้ถือเป็นหนึ่งในผลงานวิจัยที่ยืดแนวคิดนี้เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนา

  

 

LVX System คืออะไร
ลองคิดเล่นๆนะครับว่าถ้าหลอดไฟเนี้ยเป็น wifi router และแสงไฟเป็นสัญญาณ wifi จะดีแค่ไหน นั้นหมายความว่าเราจะมี internet ใช้ทุกๆที่ที่มีแสงไฟ คิดดูว่ากรุงเทพมี wifi hotspot แค่ 15,000 แต่มีไฟถนนเป็นแสนๆล้านๆต้น หมายความว่าคุณจะเล่นเน็ตได้ทุกที่ทุกเวลาทุกส่วนในบ้านในอาคาร หรือแม้แต่อยู่บนรถ แต่มันไม่ใช่เป็นเพียงแค่จิตนาการอีกต่อไป เพราะตอนนี้ได้มีคนคิดค้นระบบนั้นขึ้นมาแล้วภายใต้ชื่อ LVX System

LVX System
หรือ "Visible Light with Embedded Data Communication System" เป็นระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายที่มีตัวrouterเป็นโคมไฟและหลอดไฟแบบพิเศษซึ่งคล้ายกับหลอดไฟนีออนธรรมดาๆ สัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ส่งออกมานั้นจะมีความเร็วสูงมาก(ultra high speed)ซึ่งระบบของมันคล้ายกับWi-Fi Bluetooth 3G แต่ว่ามันไม่ต้องอาศัยคลื่นMagnetic Redio Waveเป็นตัวกลางแต่อย่างใด แสงที่ได้จากหลอดไฟแบบพิเศษนี้ดูด้วยตาปล่าวก็จะเหมือนกับแสงจากหลอดไฟทั้วไป นั้นหมายความว่านอกจากมันจะเป็นinternet routerแล้วยังทำหน้าที่ให้แสงสว่างเหมือนหลอดไฟธรรมดาทั้วไปอีกด้วย แถมยังใช้พลังงานต่ำมากๆ


นอกจากการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแล้ว เจ้าLVX Systemยังสามารถทำการส่งสัญญานTVแบบHD, VOIP หรือทำเป็นเครือข่ายโทรศัพท์ทั่วไปก็ได้

ทำไมLVX Systemดีกว่าWi-Fi, 3G

1.
การสื่อสาร LVX Systemมีความเร็วสูงกว่าWi-Fiและ3G อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงกว่ามาก ถือว่าปลอดภัยที่สุดในบรรดาwirelessทั้งหลายในปัจจุบัน และไม่ต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดๆอีกด้วย

2.
พลังงาน หลอดไฟและโคมไฟแบบพิเศษที่ว่านี้นอกจากจะประหยัดไฟกว่าwireless routerธรรมดาแล้ว ยังประหยัดไฟกว่าหลอดไฟและโคมไฟธรรมดาถึง30-80%อีกด้วย

3.
ความปลอดภัย ความปลอดภัยสูงมากๆๆ ถือว่าปลอดภัยที่สุดในบรรดาwirelessทั้งหลายในปัจจุบัน

 

ราคาและอุปกรณ์

     ทางบริษัทและผู้คิดค้นยังไม่เปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้ครับ ส่วนค่าบริการ(พอดีไปเจอป้ายอันนึงมา รูปข้างล่างครับ)อยู่ที่ $19.95(698.25บาท)

 

 

 

 

เค้าว่าคู่รักกันชอบใช้ของเป็นคู่เหมือนๆ กัน
แหวนก็มีแบบทำเหมือนกันสองวง แล้วใส่เหมือนกัน
ลองนี่ไหมเครื่องเล่น mp3 ที่เหมือน (คล้าย) กัน

เครื่องเล่น mp3  สองเครื่องคู่กัน ที่เมื่อนำมาประกบกัน
จะเป็นรูปหัวใจดวงเดียวกัน ฟังเพลงคนละสไตล์ได้
แต่ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนฟังเครื่องเดียวกัน หรือจะฟังด้วยกันจริงๆ ก็ได้
เพราะเค้ามีสายต่อให้เครื่องเดียวเสียงออกสองหูฟังได้ค่ะ
ซื้อมาเป็นคู่แล้วแบ่งกันใช้คนละข้างก็น่ารักดีไปอีกแบบ
พอมาเจอกันค่อยเอามาประกบกัน หรือฟังเครื่องเดียวกัน
มี 4 สีให้เลือกคือ แดง ฟ้า ชมพู และดำ ค่ะ

เคยเห็นในมิวสิควีดีโอ..
คู่รักเค้าชอบฟังเพลงจากเครื่องเล่นเพลงอันเดียวกัน
แล้วแบ่งกันฟังคนละหู ดูสวีทซะไม่มี~
แต่ใครจะรู้เล่าว่า.. จะเป็นการฝืนใจอีกฝ่ายนึงหรือเปล่า
เพราะคนที่เรารัก อาจจะมีสไตล์เพลงที่ชอบไม่เหมือนกับเราก็ได้นะคะ

สื่อใหม่สัญญาณมืออัจฉริยะ



ระดับMIT แล้วจะให้โชว์ผลงานธรรมดาๆ ได้อย่างไรซึ่งผมไม่เคยผิดหวังกับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่ออกมาจากสถาบันแห่งนี้เลยโดยเฉพาะจาก MIT Media Labs ที่คิดสื่อใหม่ล้ำยุคตลอดเวลา อย่าง Gadgetล่าสุดที่นำเสนอการทำงานได้อย่างน่าสนใจมากๆ โดยส่วนหนึ่งดูแล้วน่าจะได้แรงบันดาลใจมากจากภาพยนต์เรื่อง Minority Reportเพราะเป็นการใช้เซ็นเซอร์ติดบนนิ้วเพื่อให้สามารถสร้างสัญญาณมือควบคุมสื่อต่างๆผ่านโปรเจ็กเตอร์ติดตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ


ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมโปรเจกเตอร์ทีฉายอยู่ตรงหน้าการถ่ายรูปด้วยการใช้นิ้วประกบเป็นกรอบสี่เหลียมล้อมรอบวิวทิวทัศน์ที่ต้องการ โทรศัพท์มือถือ โปรเจ็กเตอร์ตรวจสอบอันดับความนิยมของหนังสือจริงๆว่าได้กี่ดาว หรือแม้แต่การใข้นิ้วลากผ่านบรรทัดในหนังสือเพื่อให้มันอ่านให้ฟัง แถมยังดูวิดิโอข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์จริงๆได้อีกด้วย สำหรับไอเดียของสื่ออัจฉริยะนี้ทาง MIT เรียกว่า SixSenseซึ่งผมอยากให้ดูจากคลิปเพราะจะช่วยให้คุณผู้อ่านเข้าใจสิ่งที่ผมเล่าให้ฟังได้มากยิ่งขี้ง (ต้องดูให้ได้นะ สุดยอดจริงๆ)

ube.com/v/ZfV4R4x2SK0"

แหล่งข้อมูล http://www.techeblog.com/index.p ... th-sense-technology

 

 

     โซนี่ (Sony) เปิดศักราชเป็นบริษัทแรกของโลกที่สามารถจำหน่ายชิปเทคโนโลยี TransferJet ซึ่งจะปฏิวัติวิธีการถอดรูปหรือการโยกย้ายไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ ให้ไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อและสามารถทำได้บนความเร็วสูง ล่าสุดโซนี่เปิดตัวชิป 2 รุ่น 3 รูปแบบโมดูล โมดูลแรกสำหรับเสียบในโทรศัพท์มือถือ โมเดลสองใช้เป็น PCI Express Mini Card สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และโมดูลสามสำหรับใช้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับยูเอสบี
       
       เทคโนโลยี TransferJet เป็นเทคโนโลยีการส่งข้อมูลไร้สายระยะใกล้ความเร็วสูง 560Mbps ชิป TransferJet จะทำให้กล้องดิจิตอลหรือโทรศัพท์มือถือสามารถถ่ายโอนข้อมูลภายในด้วยการ"วาง"หรือนำอุปกรณ์ไปสัมผัสกับเครื่องรับโดยไม่ต้องมีสายเชื่อมต่อใดๆ ถือเป็นเทคโนโลยีคลื่นลูกใหม่ที่เชื่อกันว่าจะมาแทนที่"บลูทูธ"เทคโนโลยีส่งข้อมูลระยะใกล้ที่มีความเร็วไม่มากนัก
       
       
ชิป TransferJet ที่โซนี่ชิงเปิดตัวก่อนใครนั้นมีชื่อรุ่นว่า CXD3267AGG และ CXD3268AGW เป็นชิปชนิด LSI ที่ภายในประกอบด้วยหน่วยประมวลผลสัญญาณและเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สาย ทั้ง 2 ส่วนประกอบล้วนสำคัญต่อการทำงานบนหลักการ TransferJet โดยรุ่นขนาดเล็กและใหญ่นั้นมีราคาเท่ากัน 1,500 เยนต่อชิ้น หรือประมาณ 450 บาท
       
       โซนี่การันตีว่า ชิปทั้ง 2 นั้นใช้กำลังไฟและสามารถเสียบได้กับช่องต่อเอสดีไอโอ (SDIO) มาตรฐาน โดยชิปแต่ละรุ่นนั้นมีขนาดเล็กว่าผลิตภัณฑ์หน่วยความจำโซนี่อย่าง MemorystickPRO และ microSD card ทั่วไป ซึ่งเล็กพอที่จะติดตั้งลงในเมมโมรี่สติ๊กและไมโครเอสดีการ์ด
       
       ทั้งหมดนี้เป็นไปตามข่าวที่ออกมาเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน ซึ่งระบุว่าโซนี่กำลังเตรียมเปิดสายการผลิตเมมโมรี่สติ๊กเทคโนโลยี TransferJet อย่างเต็มรูปแบบ
       
       หากเทคโนโลยี TransferJet แพร่หลาย ไม่ใช่เพียงแต่สายเชื่อมต่อเท่านั้นที่จะถูกลดบทบาทลง แต่ผลิตภัณฑ์ประเภทการ์ดรีดเดอร์ หรือเครื่องอ่านการ์ดหน่วยความจำก็จะไร้ความสำคัญตามไปด้วย เมื่อถึงเวลานั้น โลกของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ก็จะเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง

 

       เศรษฐีนักประดิษฐ์นายดีน คาเมน นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันสุดเจ๋ง คิดค้นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เป็นยานพาหนะรูปแบบใหม่ ที่เรียกขานกันว่า เซกเวย์ ฮิวแมน ทรานส์พอร์ตเตอร์ (Segway Human Tranporter) ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาแทนที่รถยนต์ในอนาคต อันจะทำให้เกิดการปฏิวัติด้านการคมนาคมในเมืองหลวงครั้งใหญ่ และจะเป็นนวัตกรรมสำคัญยิ่งกว่าอินเตอร์เน็ต ที่เคยปฏิวัติระบบการสื่อสารของชาวโลกมาก่อนหน้านี้

 

      นายคาเมน ซึ่งซุ่มคิดค้นยานพาหนะในอนาคต มานานนับ 10 ปีและใช้เงินไปกว่า 4,500 ล้านบาท ได้ประดิษฐ์นวัตกรรมด้านยานยนต์ใหม่ล่าสุดนี้ โดยมีรูปทรงคล้ายคลึงกับเครื่องตัดหญ้า ที่ติดตั้งเครื่องยนต์โรตารี่ผสมผสานกับสกู๊ตเตอร์ สามารถเคลื่อนที่เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย-ขวา หมุนตัวและหยุดโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ เกียร์ พวงมาลัย และเบรก โดยอาศัยแหล่งกำเนิดพลังงานจากกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ จึงไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศเหมือนกับควันพิษจากรถยนต์

       วงการผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสหรัฐฯ ได้พากันแสดงความห่วงใย เมื่อเศรษฐีนักประดิษฐ์ชาวสหรัฐฯ ได้เปิดตัวรถแบบใหม่ อวดว่าจะกลายเป็น "เท้าวิเศษ" ของคนเราต่อไป เพราะสามารถจะขี่ซอกซอน เข้าตรอกเข้าซอยไปไหนต่อไหน ภายในเมืองถึงกันได้หมดอย่างสะดวกสบาย ด้วยเกรงว่า คนเราจะพากันเลิกเดินเสีย การเดินถือได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่มีประโยชน์ ทำได้ทุกเวลาและทุกสถานที่

     ผู้อำนวยการโครงการป้องกันโรคหัวใจของโรงพยาบาลฮาร์ดฟอร์ดในสหรัฐฯ ผู้มีความเห็นต่อต้านคนหนึ่ง กล่าวว่า "เราพยายามยุให้คนหันไปใช้บันไดแทนลิฟต์ หรือใช้เดินแทนการนั่งรถกันอยู่ เราห่วงว่าการที่คนเดินเหินกันน้อยลง จะทำให้คนพากันอ้วนกันหมด" เขาชี้ว่า "โทษอันแรกของความอ้วน ก็คือเป็นเหตุให้ข้อเข่า สะโพกและเท้าเสื่อม ซึ่งจะป้องกันได้ก็ด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายมากๆ เท่านั้น"

 

 

ในหนึ่งวันคุณกระพริบตาบ่อยแค่ไหนคะ?
เฉลยเลยก็แล้วกันจะได้ไม่ต้องนั่งนับให้เมื่อยตา เฉลี่ยออกมาได้ 1 ครั้งต่อ 5 วินาทีค่ะ

แต่ถ้าเกิดว่าคุณกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับเกมส์สุดโปรด หนังเรื่องมันส์ หรือติดพันอยู่กับงานสุดหิน หรือในทางตรงกันข้ามหากคุณต้องนั่งถ่างตาในขณะที่กำลังง่วงสุดๆ จะส่งผลให้การกระพริบตาห่างออกไปค่ะ ซึ่งไม่ใช่ผลดีกับดวงตาและระบบประสาทแน่นอน ที่เห็นๆกันจะๆเลยก็คืออาการปวดศีรษะและกระบอกตาค่ะ

แต่หลังจากที่บริษัทมะซุนางา ออปติคอล จากญี่ปุ่นคิดประดิษฐ์ "เจ้าสิ่งนี้" คุณก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องการกระพริบตาอีกต่อไป

เราขอเสนอ Wink Glasses หรือก็คือเครื่องมือบังคับการกระพริบตาค่ะ การทำงานของมันนั้น คือ ทุกๆ 5 วินาที มันจะทำให้เลนส์แว่นตาเป็นฝ้าขึ้นค่ะและถ้าอยากทำให้แว่นชัดแจ๋วเหมือนเดิมได้ก็ต้องกระพริบตาเท่านั้นค่ะ ซึ่งกลไกจะบังคับให้เรากระพริบตานั้นเอง สามารถชาร์จไฟผ่าน USB ได้ด้วยซึ่งเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้หน้าคอมพิวเตอร์ของเรา แถมชาร์จทีอยู่ได้ 8 ชั่วโมง เอาใว้ไปกระพริบต่อกันอีกข้างนอกอีกที สนนราคาอยู่ที่ 40,950 เยน หรือเท่ากับ 14,600 บาทค่ะ...ก็ประมาณเน็ตบุคเครื่องเดียวเอง....ชิ้ววว...ชิว

 

 โอ๋ย!! มือถือโกนหนวดได้ (เดวิด เบคแฮม โฆษณาเองเชียวนะ)

เห็นชื่อรุ่นตอนแรกว่าเป็นโทรศัพท์มือถือ Razor ก็อย่าเพิ่งคิดว่านี้คือ RAZR หนึ่งในซีรี่ย์มือถือยอดฮิตของ Motorola ซะล่ะ ถึงจะออกเสียงเหมือนกัน แต่ว่า Razor ที่แปลว่ามีดโกนนี้มันหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ เพราะนี่คือโทรศัพท์มือถือ Cool 758 ที่เป็นที่โกนหนวดสำหรับคุณผู้ชายทั้งหลายได้ในตัวด้วย ..

สำหรับ โทรศัพท์มือถือที่มาพร้อมฟังก์ชั่นแปลกๆ นี้คือโทรศัพท์มือถือ Cool 758 ตัวเครื่องที่เราเห็นก็เหมือนโทรศัพท์มือถือทั่วไป หน้าจอขนาด 2.6 นิ้ว มีกล้อง 3 แสนพิกเซล รองรับการใช้งาน 2 ซิม มีบลุทูธ วิทยุFM  ฯลฯ แต่ฟังก์ชั่นที่เป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้คือด้านล่างของโทรศัพท์ถ้าเราหันมัน ขึ้นมามันจะกลายเป็นที่โกนหนวดไฟฟ้าได้ด้วย สำหรับราคารุ่นนี้ขายที่ประมาณ 112 เหรียญสหรัฐ

 

 

 

 

 

 

 

 

อุปกรณ์ ไฮเทค พลังงานน้ำ โลกร้อน ผู้หญิง นาฬิกา เครื่องคิดเลข โทรศัพท์มือถือ

ของใช้ไฮเทคยุค 2008 สำหรับสาวรักษ์โลก

 

                 วันนี้จะขอแนะนำของใช้ไฮเทค สำหรับสาวๆ ที่กำลังอินกับกระแสโลกร้อน โดยการใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ที่ประหยัดพลังงาน และทรัพยากรโลกเราได้แบบไม่น่าเชื่อ มาดูกันเลยค่ะ

 

ชิ้นแรก

นาฬิกาตั้งโต๊ะสุดน่ารัก

 

          ดูผิวเผิน ก็คงจะไม่รู้ว่า มันเป็นนาฬิกาที่ไม่ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ แต่ใช้พลังงานจากน้ำเท่านั้น โดยที่เราเพียงแค่เติมน้ำที่ด้านหลัง (จะมีรู้ให้ใส่น้ำลงไป) แค่นี้เจ้านาฬิกาตัวนี้ก็ทำงานได้นาน...เป็นเดือนเชียวล่ะค่ะ นอกเหนือจากนั้น ยังสามารถดัดแปลงมาเป็นแจกันสุดเก๋ควบคู่ไปด้วยได้เลย...โห..สุดคุ้ม

 

          และที่เก๋สุดๆ ก็คือนอกจากน้ำเปล่าแล้ว คุณอาจเติมโซดา หรือชา กาแฟลงไป ก็ใช้ได้เหมือนกัน.. ส่วนราคา ก็ประมาณ 400 - 500 บาทเท่านั้น

 

 

ชิ้นที่ 2

เครื่องคิดเลขพลังน้ำ

 

          เจ้าเครื่องคิดเลขที่ว่านี้ ก็ใช้หลักการเดียวกันกับการใช้พลังงานแสง แต่เก๋กว่าตรงที่ ถึงแม้เราจะอยู่ในที่มืดก็ยังสามารถใช้ได้ เนื่องจากมันทำงานด้วยพลังงานจากน้ำนั่นเอง ราคาก็เบาๆ ประมาณ 300 บาทเท่านั้นค่ะ (ว่าแต่ว่า ใครกันหน๋อ...จะใช้เครื่องคิดเลขในที่มืด)

 

 

ชิ้นสุดท้าย

โทรศัพท์มือถือพลังน้ำ

 

           samsung ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือค่ายยักษ์ใหญ่ เค้าก็มีไอเดีย ช่วยโลกร้อนด้วยการผลิตเจ้าโทรศัพท์มือถือ ที่ใช้พลังงานจากน้ำ แทนการชาร์ตแบตเตอรี่ด้วยไฟฟ้าแทน และคาดว่าเทคโนโลยีใหม่ที่จะนำมใช้กับ Windows Mobile Device และอุปกรณ์มือถือในอนาคตจะมาสู่ตลาดเพื่อใช้งาจริงๆประมาณปี 2010 โน่นแน่ะ คงอีกพักใหญ่ๆ เลยที่จะมาถึงผู้ใช้งานอย่างเราๆกันค่ะ