2. ทำให้ผู้พิการไม่คิดว่าตนเองไร้ค่า มีปมด้อย
นักวิทย์สวีเดนคลอด "กระดาษพูดได้"
posted on 12 Dec 2009 17:26 by npm-acc
นักวิจัยมหาวิทยาลัย Mid Sweden University หรือ Mittuniversitetet ประกาศความสำเร็จในการพัฒนากระดานโฆษณาหรือบิลบอร์ดกระดาษที่สามารถส่งเสียงโต้ตอบได้เมื่อมีผู้สัมผัส คาดว่าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจโฆษณาและบรรจุภัณฑ์ไฮเทคในอนาคต
รายงานจากสำนักข่าวบีบีซีให้ข้อมูลว่า บิลบอร์ดกระดาษไฮเทคต้นแบบนี้สามารถตอบสนองต่อแรงกด จุดนี้ทีมผู้สร้างมองว่า คุณสมบัติส่งเสียงเมื่อกดของบิลบอร์ดกระดาษนี้สามารถนำไปใช้แทนโฆษณาตีพิมพ์บนกระดาษในปัจจุบันได้ ซึ่งการสาธิตผลงานชิ้นนี้ ทีมวิจัยนำมาสมมติใช้กับการประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นท่องเที่ยวในวันหยุด
"เมื่อคุณสนใจบิลบอร์ดโฆษณาชิ้นหนึ่ง และกำลังดูรูปชายหาดที่ปรากฏบนโฆษณา ทันทีที่คุณแตะมือลงไปที่รูป คุณจะได้ยินคำอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับชายหาดในรูป" Dr Mikael Gulliksson หัวหน้าทีมวิจัยโครงการนี้อธิบายให้เห็นภาพว่าบิลบอร์ดกระดาษไฮเทคเหมาะสมอย่างไรสำหรับนำไปใช้กับการโฆษณา
Gulliksson เผยว่า ขณะนี้บิลบอร์ดกระดาษไฮเทคกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้มีขนาดบางลง เนื่องจากบิลบอร์ดไฮเทคต้นแบบที่ทีมวิจัยสร้างขึ้นในขณะนี้ยังมีขนาดใหญ่โต สาเหตุเกิดจากการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นานาชนิดไว้ภายใน ทั้งคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กสำหรับเก็บไฟล์เสียง ลำโพง และระบบรับรู้สัมผัสซึ่งถูกฝังไว้ที่โพรงภายในบิลบอร์ด หน้าที่หลักของระบบดังกล่าวคือการส่งสัญญาณไปสั่งการคอมพิวเตอร์ให้เล่นไฟล์เสียง โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกประกบด้วยกระดาษธรรมดาที่พิมพ์ลายออกแบบกระดานโฆษณาไว้ทีมวิจัยเชื่อว่าการลดขนาดบิลบอร์ดไฮเทคลงจะช่วยให้การนำไปประยุกต์ใช้กับงานอื่นๆนอกจากป้ายโฆษณาได้ จุดประสงค์หลักคือต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย โดยหนึ่งในเป้าหมายของทีมวิจัยคือการนำไปใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ในอนาคต
"หนึ่งในความคิดที่น่าสนใจคือการนำไปใช้กับซองบุหรี่ ใช้เสียงพูดแทนการพิมพ์ข้อความเตือนแบบในปัจจุบัน" Gulliksson กล่าวกับผู้สื่อข่าวบีบีซี ซึ่งไม่แน่ว่าซองบุหรี่ที่สามารถส่งเสียงเตือนผู้สูบทุกครั้งที่เอื้อมมือไปหยิบห่อบุหรี่อาจจะเกิดขึ้นได้ "แต่สำหรับโครงการนำร่องชิ้นแรก สามารถนำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์หรือตั้งไว้หน้าร้านแทนการเปิดวีดีโอบนโทรทัศน์ได้เลย"
ปัจจุบัน ต้นทุนการผลิตหน้าจอโทรทัศน์หรือจอมอนิเตอร์ทั่วไปนั้นมีราคาสูง นักวิจัยจำนวนไม่น้อยจึงพยายามหันมาศึกษาเพื่อพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ชนิดกระดาษที่มีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่า และสามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหาได้ง่ายกว่า โดยบิลบอร์ดไฮเทคนี้ถือเป็นหนึ่งในผลงานวิจัยที่ยืดแนวคิดนี้เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนา
LVX Systemนวัตกรรมใหม่ที่จะมาแทนที่WI-FI,3G,Bluetooth
posted on 12 Dec 2009 16:40 by npm-acc
LVX System คืออะไร
ลองคิดเล่นๆนะครับว่าถ้าหลอดไฟเนี้ยเป็น wifi router และแสงไฟเป็นสัญญาณ wifi จะดีแค่ไหน นั้นหมายความว่าเราจะมี internet ใช้ทุกๆที่ที่มีแสงไฟ คิดดูว่ากรุงเทพมี wifi hotspot แค่ 15,000 แต่มีไฟถนนเป็นแสนๆล้านๆต้น หมายความว่าคุณจะเล่นเน็ตได้ทุกที่ทุกเวลาทุกส่วนในบ้านในอาคาร หรือแม้แต่อยู่บนรถ แต่มันไม่ใช่เป็นเพียงแค่จิตนาการอีกต่อไป เพราะตอนนี้ได้มีคนคิดค้นระบบนั้นขึ้นมาแล้วภายใต้ชื่อ LVX System
LVX System หรือ "Visible Light with Embedded Data Communication System" เป็นระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายที่มีตัวrouterเป็นโคมไฟและหลอดไฟแบบพิเศษซึ่งคล้ายกับหลอดไฟนีออนธรรมดาๆ สัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ส่งออกมานั้นจะมีความเร็วสูงมาก(ultra high speed)ซึ่งระบบของมันคล้ายกับWi-Fi Bluetooth 3G แต่ว่ามันไม่ต้องอาศัยคลื่นMagnetic Redio Waveเป็นตัวกลางแต่อย่างใด แสงที่ได้จากหลอดไฟแบบพิเศษนี้ดูด้วยตาปล่าวก็จะเหมือนกับแสงจากหลอดไฟทั้วไป นั้นหมายความว่านอกจากมันจะเป็นinternet routerแล้วยังทำหน้าที่ให้แสงสว่างเหมือนหลอดไฟธรรมดาทั้วไปอีกด้วย แถมยังใช้พลังงานต่ำมากๆ
นอกจากการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแล้ว เจ้าLVX Systemยังสามารถทำการส่งสัญญานTVแบบHD, VOIP หรือทำเป็นเครือข่ายโทรศัพท์ทั่วไปก็ได้
ทำไมLVX Systemดีกว่าWi-Fi, 3G
1. การสื่อสาร LVX Systemมีความเร็วสูงกว่าWi-Fiและ3G อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงกว่ามาก ถือว่าปลอดภัยที่สุดในบรรดาwirelessทั้งหลายในปัจจุบัน และไม่ต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดๆอีกด้วย
2.พลังงาน หลอดไฟและโคมไฟแบบพิเศษที่ว่านี้นอกจากจะประหยัดไฟกว่าwireless routerธรรมดาแล้ว ยังประหยัดไฟกว่าหลอดไฟและโคมไฟธรรมดาถึง30-80%อีกด้วย
3.ความปลอดภัย ความปลอดภัยสูงมากๆๆ ถือว่าปลอดภัยที่สุดในบรรดาwirelessทั้งหลายในปัจจุบัน
ราคาและอุปกรณ์
ทางบริษัทและผู้คิดค้นยังไม่เปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้ครับ ส่วนค่าบริการ(พอดีไปเจอป้ายอันนึงมา รูปข้างล่างครับ)อยู่ที่ $19.95(ุ698.25บาท)
เครื่องเล่น mp3 รูปหัวใจสำหรับคู่รัก
posted on 07 Dec 2009 23:12 by npm-acc
เค้าว่าคู่รักกันชอบใช้ของเป็นคู่เหมือนๆ กัน
แหวนก็มีแบบทำเหมือนกันสองวง แล้วใส่เหมือนกัน
ลองนี่ไหมเครื่องเล่น mp3 ที่เหมือน (คล้าย) กัน
เครื่องเล่น mp3 สองเครื่องคู่กัน ที่เมื่อนำมาประกบกัน
จะเป็นรูปหัวใจดวงเดียวกัน ฟังเพลงคนละสไตล์ได้
แต่ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนฟังเครื่องเดียวกัน หรือจะฟังด้วยกันจริงๆ ก็ได้
เพราะเค้ามีสายต่อให้เครื่องเดียวเสียงออกสองหูฟังได้ค่ะ
ซื้อมาเป็นคู่แล้วแบ่งกันใช้คนละข้างก็น่ารักดีไปอีกแบบ
พอมาเจอกันค่อยเอามาประกบกัน หรือฟังเครื่องเดียวกัน
มี 4 สีให้เลือกคือ แดง ฟ้า ชมพู และดำ ค่ะ
เคยเห็นในมิวสิควีดีโอ..
คู่รักเค้าชอบฟังเพลงจากเครื่องเล่นเพลงอันเดียวกัน
แล้วแบ่งกันฟังคนละหู ดูสวีทซะไม่มี~
แต่ใครจะรู้เล่าว่า.. จะเป็นการฝืนใจอีกฝ่ายนึงหรือเปล่า
เพราะคนที่เรารัก อาจจะมีสไตล์เพลงที่ชอบไม่เหมือนกับเราก็ได้นะคะ
สื่อใหม่สัญญาณมืออัจฉริยะ
posted on 07 Dec 2009 12:06 by npm-accสื่อใหม่สัญญาณมืออัจฉริยะ
|
|
โซนี่ขายชิป"TransferJet"รายแรกในโลก
posted on 05 Dec 2009 18:55 by npm-acc
โซนี่ (Sony) เปิดศักราชเป็นบริษัทแรกของโลกที่สามารถจำหน่ายชิปเทคโนโลยี TransferJet ซึ่งจะปฏิวัติวิธีการถอดรูปหรือการโยกย้ายไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ ให้ไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อและสามารถทำได้บนความเร็วสูง ล่าสุดโซนี่เปิดตัวชิป 2 รุ่น 3 รูปแบบโมดูล โมดูลแรกสำหรับเสียบในโทรศัพท์มือถือ โมเดลสองใช้เป็น PCI Express Mini Card สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และโมดูลสามสำหรับใช้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับยูเอสบี
เทคโนโลยี TransferJet เป็นเทคโนโลยีการส่งข้อมูลไร้สายระยะใกล้ความเร็วสูง 560Mbps ชิป TransferJet จะทำให้กล้องดิจิตอลหรือโทรศัพท์มือถือสามารถถ่ายโอนข้อมูลภายในด้วยการ"วาง"หรือนำอุปกรณ์ไปสัมผัสกับเครื่องรับโดยไม่ต้องมีสายเชื่อมต่อใดๆ ถือเป็นเทคโนโลยีคลื่นลูกใหม่ที่เชื่อกันว่าจะมาแทนที่"บลูทูธ"เทคโนโลยีส่งข้อมูลระยะใกล้ที่มีความเร็วไม่มากนัก
ชิป TransferJet ที่โซนี่ชิงเปิดตัวก่อนใครนั้นมีชื่อรุ่นว่า CXD3267AGG และ CXD3268AGW เป็นชิปชนิด LSI ที่ภายในประกอบด้วยหน่วยประมวลผลสัญญาณและเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สาย ทั้ง 2 ส่วนประกอบล้วนสำคัญต่อการทำงานบนหลักการ TransferJet โดยรุ่นขนาดเล็กและใหญ่นั้นมีราคาเท่ากัน 1,500 เยนต่อชิ้น หรือประมาณ 450 บาท
โซนี่การันตีว่า ชิปทั้ง 2 นั้นใช้กำลังไฟและสามารถเสียบได้กับช่องต่อเอสดีไอโอ (SDIO) มาตรฐาน โดยชิปแต่ละรุ่นนั้นมีขนาดเล็กว่าผลิตภัณฑ์หน่วยความจำโซนี่อย่าง MemorystickPRO และ microSD card ทั่วไป ซึ่งเล็กพอที่จะติดตั้งลงในเมมโมรี่สติ๊กและไมโครเอสดีการ์ด
ทั้งหมดนี้เป็นไปตามข่าวที่ออกมาเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน ซึ่งระบุว่าโซนี่กำลังเตรียมเปิดสายการผลิตเมมโมรี่สติ๊กเทคโนโลยี TransferJet อย่างเต็มรูปแบบ
หากเทคโนโลยี TransferJet แพร่หลาย ไม่ใช่เพียงแต่สายเชื่อมต่อเท่านั้นที่จะถูกลดบทบาทลง แต่ผลิตภัณฑ์ประเภทการ์ดรีดเดอร์ หรือเครื่องอ่านการ์ดหน่วยความจำก็จะไร้ความสำคัญตามไปด้วย เมื่อถึงเวลานั้น โลกของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ก็จะเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง
ว้าว.."เซกเวย์" นวัตกรรมใหม่ล่าสุดแทนรถยนต์
posted on 01 Dec 2009 00:15 by npm-acc
เศรษฐีนักประดิษฐ์นายดีน คาเมน นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันสุดเจ๋ง คิดค้นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เป็นยานพาหนะรูปแบบใหม่ ที่เรียกขานกันว่า เซกเวย์ ฮิวแมน ทรานส์พอร์ตเตอร์ (Segway Human Tranporter) ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาแทนที่รถยนต์ในอนาคต อันจะทำให้เกิดการปฏิวัติด้านการคมนาคมในเมืองหลวงครั้งใหญ่ และจะเป็นนวัตกรรมสำคัญยิ่งกว่าอินเตอร์เน็ต ที่เคยปฏิวัติระบบการสื่อสารของชาวโลกมาก่อนหน้านี้
นายคาเมน ซึ่งซุ่มคิดค้นยานพาหนะในอนาคต มานานนับ 10 ปีและใช้เงินไปกว่า 4,500 ล้านบาท ได้ประดิษฐ์นวัตกรรมด้านยานยนต์ใหม่ล่าสุดนี้ โดยมีรูปทรงคล้ายคลึงกับเครื่องตัดหญ้า ที่ติดตั้งเครื่องยนต์โรตารี่ผสมผสานกับสกู๊ตเตอร์ สามารถเคลื่อนที่เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย-ขวา หมุนตัวและหยุดโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ เกียร์ พวงมาลัย และเบรก โดยอาศัยแหล่งกำเนิดพลังงานจากกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ จึงไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศเหมือนกับควันพิษจากรถยนต์
วงการผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสหรัฐฯ ได้พากันแสดงความห่วงใย เมื่อเศรษฐีนักประดิษฐ์ชาวสหรัฐฯ ได้เปิดตัวรถแบบใหม่ อวดว่าจะกลายเป็น "เท้าวิเศษ" ของคนเราต่อไป เพราะสามารถจะขี่ซอกซอน เข้าตรอกเข้าซอยไปไหนต่อไหน ภายในเมืองถึงกันได้หมดอย่างสะดวกสบาย ด้วยเกรงว่า คนเราจะพากันเลิกเดินเสีย การเดินถือได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่มีประโยชน์ ทำได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ผู้อำนวยการโครงการป้องกันโรคหัวใจของโรงพยาบาลฮาร์ดฟอร์ดในสหรัฐฯ ผู้มีความเห็นต่อต้านคนหนึ่ง กล่าวว่า "เราพยายามยุให้คนหันไปใช้บันไดแทนลิฟต์ หรือใช้เดินแทนการนั่งรถกันอยู่ เราห่วงว่าการที่คนเดินเหินกันน้อยลง จะทำให้คนพากันอ้วนกันหมด" เขาชี้ว่า "โทษอันแรกของความอ้วน ก็คือเป็นเหตุให้ข้อเข่า สะโพกและเท้าเสื่อม ซึ่งจะป้องกันได้ก็ด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายมากๆ เท่านั้น"
เหลื่อเชื่อ...เครื่องมือบังคับการกระพริบตา
posted on 01 Dec 2009 00:12 by npm-acc
ในหนึ่งวันคุณกระพริบตาบ่อยแค่ไหนคะ?
เฉลยเลยก็แล้วกันจะได้ไม่ต้องนั่งนับให้เมื่อยตา เฉลี่ยออกมาได้ 1 ครั้งต่อ 5 วินาทีค่ะ
แต่ถ้าเกิดว่าคุณกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับเกมส์สุดโปรด หนังเรื่องมันส์ หรือติดพันอยู่กับงานสุดหิน หรือในทางตรงกันข้ามหากคุณต้องนั่งถ่างตาในขณะที่กำลังง่วงสุดๆ จะส่งผลให้การกระพริบตาห่างออกไปค่ะ ซึ่งไม่ใช่ผลดีกับดวงตาและระบบประสาทแน่นอน ที่เห็นๆกันจะๆเลยก็คืออาการปวดศีรษะและกระบอกตาค่ะ
แต่หลังจากที่บริษัทมะซุนางา ออปติคอล จากญี่ปุ่นคิดประดิษฐ์ "เจ้าสิ่งนี้" คุณก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องการกระพริบตาอีกต่อไป
เราขอเสนอ Wink Glasses หรือก็คือเครื่องมือบังคับการกระพริบตาค่ะ การทำงานของมันนั้น คือ ทุกๆ 5 วินาที มันจะทำให้เลนส์แว่นตาเป็นฝ้าขึ้นค่ะและถ้าอยากทำให้แว่นชัดแจ๋วเหมือนเดิมได้ก็ต้องกระพริบตาเท่านั้นค่ะ ซึ่งกลไกจะบังคับให้เรากระพริบตานั้นเอง สามารถชาร์จไฟผ่าน USB ได้ด้วยซึ่งเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้หน้าคอมพิวเตอร์ของเรา แถมชาร์จทีอยู่ได้ 8 ชั่วโมง เอาใว้ไปกระพริบต่อกันอีกข้างนอกอีกที สนนราคาอยู่ที่ 40,950 เยน หรือเท่ากับ 14,600 บาทค่ะ...ก็ประมาณเน็ตบุคเครื่องเดียวเอง....ชิ้ววว...ชิว
โอ๋ย!! มือถือโกนหนวดได้ (เดวิด เบคแฮม โฆษณาเองเชียวนะ)
posted on 30 Nov 2009 17:06 by npm-accโอ๋ย!! มือถือโกนหนวดได้ (เดวิด เบคแฮม โฆษณาเองเชียวนะ)
เห็นชื่อรุ่นตอนแรกว่าเป็นโทรศัพท์มือถือ Razor ก็อย่าเพิ่งคิดว่านี้คือ RAZR หนึ่งในซีรี่ย์มือถือยอดฮิตของ Motorola ซะล่ะ ถึงจะออกเสียงเหมือนกัน แต่ว่า Razor ที่แปลว่ามีดโกนนี้มันหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ เพราะนี่คือโทรศัพท์มือถือ Cool 758 ที่เป็นที่โกนหนวดสำหรับคุณผู้ชายทั้งหลายได้ในตัวด้วย ..
สำหรับ โทรศัพท์มือถือที่มาพร้อมฟังก์ชั่นแปลกๆ นี้คือโทรศัพท์มือถือ Cool 758 ตัวเครื่องที่เราเห็นก็เหมือนโทรศัพท์มือถือทั่วไป หน้าจอขนาด 2.6 นิ้ว มีกล้อง 3 แสนพิกเซล รองรับการใช้งาน 2 ซิม มีบลุทูธ วิทยุFM ฯลฯ แต่ฟังก์ชั่นที่เป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้คือด้านล่างของโทรศัพท์ถ้าเราหันมัน ขึ้นมามันจะกลายเป็นที่โกนหนวดไฟฟ้าได้ด้วย สำหรับราคารุ่นนี้ขายที่ประมาณ 112 เหรียญสหรัฐ
ของใช้ไฮเทคยุค 2008 สำหรับสาวรักษ์โลก
posted on 24 Nov 2009 22:06 by npm-acc
ของใช้ไฮเทคยุค 2008 สำหรับสาวรักษ์โลก
วันนี้จะขอแนะนำของใช้ไฮเทค สำหรับสาวๆ ที่กำลังอินกับกระแสโลกร้อน โดยการใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ที่ประหยัดพลังงาน และทรัพยากรโลกเราได้แบบไม่น่าเชื่อ มาดูกันเลยค่ะ
ชิ้นแรก
นาฬิกาตั้งโต๊ะสุดน่ารัก
ดูผิวเผิน ก็คงจะไม่รู้ว่า มันเป็นนาฬิกาที่ไม่ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ แต่ใช้พลังงานจากน้ำเท่านั้น โดยที่เราเพียงแค่เติมน้ำที่ด้านหลัง (จะมีรู้ให้ใส่น้ำลงไป) แค่นี้เจ้านาฬิกาตัวนี้ก็ทำงานได้นาน...เป็นเดือนเชียวล่ะค่ะ นอกเหนือจากนั้น ยังสามารถดัดแปลงมาเป็นแจกันสุดเก๋ควบคู่ไปด้วยได้เลย...โห..สุดคุ้ม
และที่เก๋สุดๆ ก็คือนอกจากน้ำเปล่าแล้ว คุณอาจเติมโซดา หรือชา กาแฟลงไป ก็ใช้ได้เหมือนกัน.. ส่วนราคา ก็ประมาณ 400 - 500 บาทเท่านั้น
ชิ้นที่ 2
เครื่องคิดเลขพลังน้ำ
เจ้าเครื่องคิดเลขที่ว่านี้ ก็ใช้หลักการเดียวกันกับการใช้พลังงานแสง แต่เก๋กว่าตรงที่ ถึงแม้เราจะอยู่ในที่มืดก็ยังสามารถใช้ได้ เนื่องจากมันทำงานด้วยพลังงานจากน้ำนั่นเอง ราคาก็เบาๆ ประมาณ 300 บาทเท่านั้นค่ะ (ว่าแต่ว่า ใครกันหน๋อ...จะใช้เครื่องคิดเลขในที่มืด)
ชิ้นสุดท้าย
โทรศัพท์มือถือพลังน้ำ
samsung ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือค่ายยักษ์ใหญ่ เค้าก็มีไอเดีย ช่วยโลกร้อนด้วยการผลิตเจ้าโทรศัพท์มือถือ ที่ใช้พลังงานจากน้ำ แทนการชาร์ตแบตเตอรี่ด้วยไฟฟ้าแทน และคาดว่าเทคโนโลยีใหม่ที่จะนำมใช้กับ Windows Mobile Device และอุปกรณ์มือถือในอนาคตจะมาสู่ตลาดเพื่อใช้งาจริงๆประมาณปี 2010 โน่นแน่ะ คงอีกพักใหญ่ๆ เลยที่จะมาถึงผู้ใช้งานอย่างเราๆกันค่ะ

